Anotherday #04 : ‘ความงามที่ถาวร’

KARMAKAMET WORLD

หลังจากกลับจาก Osaka ไม่กี่วัน ก็มา Outing กับบริษัทที่ Taipei ไต้หวัน บริษัทเราทั้งหมดมีคนกว่า 350 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มงาน ดูแลรับผิดชอบกันไปคนละส่วน เช่น ส่วนบริการ ส่วนผลิต และส่วนปฎิบัติการ แต่วันนี้เรามากันเฉพาะส่วนของปฎิบัติการออฟฟิศกลางเกือบ 80 ชีวิต

เราเดินทางร่วมกันเพื่อ Outing ประมาณปีละครั้ง บนหลักคิดที่เราเชื่อถือ นั่นคือความเท่าเทียม กิน นอน อยู่ และเดินทางเหมือนกัน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดๆ เรามีแนวคิดยึดถือร่วมกันภายในองค์กรตรงที่ว่า เรามีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันในทุกด้าน และความแตกต่างตามหน้าที่ที่เกิดขึ้นในองค์กรของเรานั้น เป็นข้อตกลงในการใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น ไม่มีผลส่วนต่อการปฎิบัติต่อกันใดๆ ทุกคนที่นี่มีข้อตกลงผูกพันกัน เพื่อให้กิจการงานขององค์กรนั้นเคลื่อนไหลไปตามที่ได้ตกลงไว้ เพื่อให้องค์กรเป็นไปตามสิ่งที่เรายึดถือ ความคิดนี้จึงถึงใช้กันเป็นปกติตั้งแต่ฉันจนไปถึงแม่บ้าน เราสามารถพูดจากัน กอดกัน และด่าทอกันบ้างตามแต่กรณีๆ ไป

แต่ครั้งนี้คือครั้งแรกของตัวเองในการไป Outing ที่ได้สงบสงัดมากกว่าใครเขา คือขอแยกตัวเป็นเอกเทศไม่เข้ากับตารางนัดหมายใดๆ นอกจากการทานข้าวมื้อเย็นและเช้าร่วมกันเท่านั้น ด้วยว่าก่อนหน้ามานี้ได้เดินทางทำภารกิจหลายที่จนเหน็ดเหนื่อย ครั้งนี้จึงไม่คาดหวังอะไรเลยมีความมุ่งหมายอยากพักผ่อนจริงๆ ก็เท่านั้น ด้วยการตื่นสายกว่าทุกคน อยู่คนเดียวตลอดบ่าย เดินตุหรัดตุเหร่ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดมุ่งหมายอะไร เหนื่อยก็หยุดพัก หาซื้อชามะนาวเขียว+สูบบุหรี่ (ตามที่ให้สูบ) ไปทั้งวัน

บ้านเมืองโดยทั่วไปของไทเปดูคล้ายกรุงเทพ แต่อากาศเย็นสบายกว่า 2-4 องศา ด้วยว่าเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยหุบเขา เราถึงสามารถนั่งเล่นที่ไหนก็ได้ ส่วนผู้คนนั้นเกินจะกล่าว เต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรี อาเจ๊ อาอี อาม่า น่ารักไปทั้งนั้น รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ถ้าจะเสียอยู่อย่าง ก็คงจะเรื่องอาหารนี่ละ ไม่เด็ด ไม่เผ็ดสะใจเหมือนที่ไทยเรา แต่จะว่าไปจะมีอาหารที่ไหนเล่าหลากรสเหมือนบ้านเราได้ จะว่าไปคนที่นี่นั้นน่ารักมากดูเหมือนจะชอบคนไทยเป็นพิเศษด้วย เวลาเข้าร้านไหนจะแอบได้ยินคำว่า ‘ไท่กั่ว’ ซึ่งแปลว่าคนไทย และสายตาเป็นมิตรประสานมาอยู่เสมอ

บ้านเมืองในไทเปถูกจัดระเบียบไว้อย่างดี ผู้คนมีมารยาทมากกว่าที่หวังและดำรงตนตามกฎระเบียบที่มีผลต่อส่วนรวมอย่างเห็นได้ชัด อันนี้คนไทยพร่องมากกว่าเขา

วันนี้ได้เดินเล่นอยู่คนเดียว พลันเห็นอาม่าซึ่งทุพลภาพนั่งอยู่บนรถเข็น ซึ่งลูกและหลานสาวพาออกมานั่งป้อนข้าวอยู่ริมถนน แถมนั่งเล่นนั่งเล่า หัวเราะกระซิกอยู่กับอาม่า ยิ่งทำให้ชื่นใจอีกเป็นล้นพ้น ดูท่าทางแล้วพวกเขาก็ไม่ใช่คนมั่งมีอะไร ยังมีแก่ใจดูแลคนแก่คนตกยุค ขั้นพาออกมานั่งเล่นมองดูผู้คนให้ไม่เบื่อชีวิต ทั้งๆ ที่มีโอกาสเห็นอะไรๆ น้อยลงเต็มที

มาคราวนี้มีความสุขมาก และไม่อยากจะไปเห็นไปดูอะไรเลย ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีไม่สวย แต่เท่าที่มีอย่างธรรมดาเรียบง่ายเป็นสามัญนี้ก็ดีสวยงามที่สุดแล้ว ก็เลยคิดเอาว่าจะหนีมาเองคนเดียวอีกในเร็ววัน แล้วคราวที่มาครั้งหน้านั้นค่อยไปเดินหาแหล่งที่เขาชมกันว่าดีว่างามอีกทีจะดีกว่า

ในมุมมองส่วนตัว ‘ความงามเรียบง่าย’ แบบผู้คนที่นี่นี้เป็นความงามชนิดถาวร คือถูกปลูกถูกฝังอยู่ในตัวผู้คน ให้เจริญเติบโตแบบไม่ต้องสร้างภาพจัดทำแต่อย่างใดเลย เมื่อลงในรายละเอียดก็พบว่า บ้านเมืองเขาสร้างกฎสร้างเกณฑ์รากฐานเฉพาะตัวอันมีผลต่อการเคลื่อนสังคมไว้ดีมาก อย่างหนึ่งคือคนที่นี่มีวันหยุดที่ต่างกัน ไม่หยุดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์แบบเมืองไทย ซึ่งมีผลทำให้กิจการร้านค้าทั่วไปนั้นไม่เงียบเหงา มีผู้คนจับจ่ายจอแจไปเรื่อยๆ ทุกวันเวลา และนอกจากนั้นเขายังให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าล่วงเวลามากด้วย คือไม่นิยมให้ทำล่วงเวลา แม้กระทั่ง Taxi เมื่อใช้บริการนอกเวลาปกติก็จะมีราคาสูงมากขึ้น

และสำหรับวันนี้วันที่ 24 พฤษภาคม จะเป็นวันแรกสำหรับกฎหมายอนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้ สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้กระมัง ที่ได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อรัฐ ซึ่งมีผลให้ผู้คนมีความสงบรำงับในชีวิต และปรากฎผลลัพธ์เติบโตเป็นความมีอัธยาศัยใจคอที่น่าอภิรมย์
-
ณัทธร รักษ์ชนะ
Founder of Karmakamet

KARMAKAMET WORLD